คำนวณสินเชื่อบ้าน
Lifestyle

เป็นหนี้แบบคุ้มค่า คำนวณสินเชื่อบ้านอย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด

                ในขั้นตอนการซื้อบ้านเรื่องพื้นฐานที่คุณต้องทำความเข้าใจนั่นคือการคำนวณสินเชื่อบ้าน คำนวณดอกเบี้ยบ้าน การตรวจสอบภาระหนี้สินของตนเอง และการเลือกโครงการบ้าน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณต้องเตรียมตัวเมื่อเริ่มมีความคิดจะซื้อบ้าน เพื่อให้คุณได้ทราบถึงศักยภาพทางด้านเงินและความสามารถในการผ่อนชำระค่าบ้านของคุณ การลงทุนซื้อบ้านนั้นคุณจะต้องเป็นหนี้กับธนาคารในระยะยาว ดังนั้นคุณจะต้องมั่นใจว่าการเงินของคุณจะไม่มีปัญหาหากถูกลดเงินเดือน ต้องลาออกจากงานหรือมีเหตุไม่คาดคิดทำให้รายได้คุณลดลง ไม่เช่นนั้นแล้วบ้านของคุณจะกลายเป็นบ้านของคนอื่นไปได้อย่างง่ายดาย

การคำนวณสินเชื่อบ้านให้คุ้มค่ากับการเป็นหนี้

                การคำนวณสินเชื่อบ้านนั้นช่วยให้คุณได้รู้ถึงวงเงินการกู้ของตนเองว่ามีวงเงินเท่าไหร่ในการกู้ซื้อบ้าน ซึ่งปัจจุบันหน้าเว็บของธนาคารทุกแห่งจะมีบริการคำนวณสินเชื่อบ้านให้อัตโนมัติ เพียงคุณเข้าไปกรอกข้อมูลการเงิน คุณจะได้ข้อมูลสินเชื่อบ้านออกมา รวมถึงบางธนาคารจะแจ้งความเสี่ยงให้คุณด้วย ว่าหนี้สินของคุณกับรายได้นั้นมีความเสี่ยงมากหรือน้อย หากมีความเสี่ยงมากธนาคารก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธเอกสารขอกู้ของคุณ หรือถ้าหากคุณไม่มีความเสี่ยงหรือมีความเสี่ยงต่ำ คุณมีโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร

  • คำนวณสินเชื่อบ้าน คุณสามารถคำนวณสินเชื่อบ้านได้ด้วยตนเองคร่าว ๆ ดังต่อไปนี้
    • หากคุณไม่มีภาระหนี้สิน ยกตัวอย่างให้คุณมีรายได้ 25,000 บาทต่อเดือนการคำนวณคือ 25,000 รายได้ต่อเดือน x 60 เท่าของรายได้ = 1.5 ล้านบาท คือ วงเงินสินเชื่อบ้านของคุณ
    • หากคุณมีภาระหนี้สิน ธนาคารจะกำหนดให้มีภาระหนี้ได้ 30-40% ของรายได้ เช่น รายได้ 25,000 ต่อเดือน และมีภาระหนี้สินประมาณ 30% คำนวณได้คือ 25,000 x 30% = 7,500-10,000 บาท คือ ความสามารถในการผ่อนชำระ
    • คุณจะได้วงเงินสินเชื่อบ้านเท่าไหร่ ยกตัวอย่างให้ภาระหนี้ของคุณต่อเดือนคือ 8,000 บาท เท่ากับว่าคุณจะสามารถผ่อนชำระได้ 10,000- 8,000 = 2,000 บาท คำนวณกลับเป็นสินเชื่อบ้านคือ (1,000,000 / 8,000) x 2,000ความสามารถในการผ่อนชำระที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่าย = 250,000 บาท คือ วงเงินสินเชื่อบ้านของคุณ เป็นต้น

  • หากภาระหนี้สินเยอะควรทำอย่างไร เมื่อคุณคำนวณสินเชื่อบ้านและพบว่าวงเงินที่คุณจะได้รับนั้นน้อยเกินไปเพราะภาระหนี้สินต่อเดือนของคุณเยอะเกินไป ในระหว่างที่เตรียมการกู้ซื้อบ้านนี้ขอแนะนำให้คุณลดภาระหนี้ลง เพราะเมื่อคุณยื่นกู้ซื้อบ้านธนาคารจะตรวจสอบบัญชีย้อนหลังคุณไป 6 เดือน ดังนั้น ระหว่าง 6 เดือนก่อนยื่นกู้ คุณจะต้องเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย และดูแลอย่าให้เงินขาดบัญชีใน 6 เดือนนี้
    • บัตรเครดิตยกเลิกให้เหลือเพียง 1-2 ใบ หลายคนมีบัตรเครดิตมากกว่า 2 ใบเพราะโปรโมชั่นที่ล่อตาล่อใจ โดยลืมคำนึงไปว่าในอนาคตจะต้องมีโครงการซื้อบ้าน ดังนั้นก่อนจะกู้ซื้อบ้านคุณต้องจัดการยกเลิกบัตรเครดิตให้เหลือเพียง 1-2 ใบที่คุณคิดว่าจำเป็น เพราะจะช่วยให้ตัวเลขภาระหนี้สินของคุณลดลงไปเยอะ
    • เคลียร์หนี้สินที่มีอยู่ให้หมด ธนาคารจะตรวจสอบเครดิตบูโรของคุณย้อนหลังไป 2 ปี เท่ากับว่าหาก 2 ปีที่ผ่านมาคุณมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ ไม่ว่าจะค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนมือถือ หรือค่าผ่อนสินค้าอื่น ๆ ธนาคารจะถือว่าความสามารถในการผ่อนชำระของคุณติดลบ ธนาคารจึงมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการกู้ซื้อบ้านของคุณได้ทันที เนื่องจากมีความเสี่ยงที่คุณจะผิดนัดชำระกับธนาคารเช่นกัน แต่ถ้าหากใน 2 ปีที่ผ่านมาคุณไม่เคยผิดนัดชำระค่าสินค้าหรือค่าบัตรเครดิตเลย คุณเพียงแค่ทำให้แน่ใจว่าสามารถหาเงินมาตัดค่าผ่อนสินค้าบางตัวที่ผ่อนใกล้หมดได้ เช่นมือถือที่เหลืออีก 2 เดือนจะผ่อนหมด หากคุณมีกำลังตัดได้ให้คุณตัดค่าผ่อนมือทันที เพื่อให้ตัวเลขภาระหนี้สินลดลงและเพิ่มวงเงินสินเชื่อขึ้น

  • หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขณะผ่อนบ้าน ควรทำอย่างไร เมื่อคุณผ่อนบ้านไปสักระยะแล้วเกิดเหตุการณ์ที่คุณไม่คาดคิด เช่น ถูกเลิกจ้าง ถูกลดเงินเดือน หรือต้องย้ายที่ทำงาน คุณจะต้องรีบติดต่อธนาคารทันทีเพื่อขอปรึกษาและยอมรับว่าตนเองไม่ได้มีรายได้เท่าเดิม ให้คุณเร่งทำทันทีโดยที่ห้ามผัดผ่อนค่าบ้านออกไปเด็ดขาด คุณจะต้องปรึกษาธนาคารก่อนทำการผลัดผ่อน ซึ่งธนาคารจะมีขอแนะนำที่ดีให้กับคุณ ไม่ว่าจะเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้หรือผ่อนผันให้คุณได้ วิธีเปิดใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้คุณไม่เสียเครดิตกับธนาคาร และไม่ต้องโกหกเพื่อผลัดผ่อนค่าบ้านในแต่ละเดือน

การคำนวณสินเชื่อบ้านล่วงหน้าจะทำให้คุณรู้ได้ทันทีว่าคุณพร้อมที่จะเป็นหนี้ระยะยาวและเป็นเจ้าของบ้านที่ดีแล้วหรือยัง หากคุณพบว่าผลลัพธ์ของการคำนวณนั้นคุณยังห่างไกลจากบ้านที่คุณต้องการเป็นเจ้าของมากนัก ขอให้คุณคิดว่าคุณยังมีเวลาในการลดภาระหนี้และชำระหนี้ที่มีอยู่ให้หมดก่อนยื่นกู้อีกครั้ง นอกจากนี้คุณยังมีเวลาในการเลือกโครงการบ้านอีกมากมาย ดีกว่าคุณได้เป็นเจ้าของบ้านใหม่เพียงไม่กี่เดือนบ้านก็ต้องตกเป็นของคนอื่นไปแล้ว