5 เทคนิคการเลือกซื้ออาหารปลาเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี

อาหารปลาสวยงามราคาส่ง

อาหารเป็นปัจจัยหลักสำคัญอย่างหนึ่ง ที่เรียกได้ว่าไม่สามารถขาดได้เลยสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่ว่าคนหรือสัตว์ เพื่อใช้ในการบริโภคและดำรงชีวิตเพื่อความอยู่รอดในแต่ละวัน สำหรับปลาเองก็จำเป็นต้องได้รับอาหารเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีเช่นกัน ซึ่งหากเป็นปลาที่อาศัยตามแหล่งน้ำโดยทั่วไปก็สามารถหาอาหารเองได้ตามธรรมชาติ แต่ถ้าหากเป็นปลาประเภทที่ถูกเลี้ยงในพื้นที่แคบหรือจำกัด อย่างเช่น ในตู้ปลา อ่าง ขวดแก้ว หรือกระชัง เช่นนี้การหาอาหารเองจากธรรมชาติจึงไม่อาจทำได้ ปลาเหล่านี้จึงจำเป็นต้องได้รับอาหารปลาสำเร็จรูปทดแทน แต่การจะเลือกอาหารปลานั้นจำเป็นต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายๆอย่างร่วมด้วย เนื่องจากปลามีความแตกต่างมากมายทั้งสายพันธุ์และนิสัยการกิน อีกทั้งจุดประสงค์ในการเลี้ยงที่แตกต่างกันกัน เช่น เลี้ยงเพื่อใช้บริโภค เลี้ยงเพื่อการค้า หรือเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ดังนั้นการเลือกอาหารปลาจึงจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับปลาแต่ละชนิด เพื่อให้ปลามีการเจริญเติบโตที่ดี มีความสมบูรณ์แข็งแรงและมีสีสันที่สวยงามด้วย

อาหารปลาสวยงาม

เทคนิคการเลือกซื้ออาหารปลา มีดังนี้

  • เลือกพิจารณาจากวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนผสมและมีสารอาหารครบถ้วน

วัตถุดิบที่เป็นส่วนผสมนั้นสามารถบอกถึงคุณภาพของอาหารนั้นได้ และอาหารปลาที่ดีจำเป็นต้องมีส่วนประกอบของสารอาหารต่างๆครบถ้วนด้วย เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และเกลือแร่

  • ขนาดและรูปแบบของเม็ดอาหารควรมีความเหมาะสมกับขนาดของปลา

ขนาดและรูปแบบของเม็ดอาหารมีความสำคัญต่อการกินของปลา จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับปลาแต่ละชนิด เช่น แบบเม็ดกลม แบบเม็ดแผ่น แบบเม็ดเล็ก แบบผง เป็นต้น ซึ่งหากปลามีขนาดตัวเล็กหรือยังมีอายุน้อย ก็ควรเลือกอาหารที่มีขนาดเล็กเหมาะสมพอดีกับปลาด้วย เพราะหากอาหารมีขนาดใหญ่เกินไป อาจทำให้ปลากินอาหารได้ลำบาก ซึ่งทำให้อาหารที่เหลือส่งผลเสียต่อคุณภาพของน้ำ ทำให้น้ำขุ่นและเน่าเสียได้ง่าย นอกจากนี้อาหารปลาที่ดีควรมีความคงทน สามารถลอยอยู่ในน้ำได้นานตามลักษณะการกินของปลาแต่ละชนิด โดยอาหารไม่ละลายน้ำไปก่อน เพื่อให้ปลาได้รับคุณค่าทางสารอาหารมากที่สุด

  • มีกลิ่นของอาหารที่ดี 

อาหารที่ดีไม่ควรมีกลิ่นเหม็นหืน ในขณะเดียวกันควรมีกลิ่นหอมเพื่อสามารถดึงดูดปลาให้กินอาหารได้มากยิ่งขึ้น จึงควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ดูสภาพใหม่ ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่เปียกชื้น และเม็ดอาหารไม่เปื่อยยุ่ย เพราะอาจทำให้คุณค่าทางอาหารลดลงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของปลาอีกด้วย

  • เลือกซื้ออาหารปลาที่ได้รับการรับรอง และมีการขึ้นทะเบียนเรียบร้อย   

ควรเลือกซื้ออาหารปลาที่ผ่านการรับรอง และมีการขึ้นทะเบียนกับกรมประมงหรือกรมปศุสัตว์ที่ถูกต้อง โดยสามารถสังเกตเลขทะเบียนได้จากฉลากของบรรจุภัณฑ์ โดยจะมีเลขกำกับอยู่

  • มีวัน เดือน ปี ที่ผลิตและวันหมดอายุระบุชัดเจน

เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารปลานั้นมีคุณภาพที่ดีและมีความปลอดภัยสำหรับปลา ในการเลือกซื้ออาหารปลาต้องดูวัน เดือน ปี ที่ผลิตและวัน เดือน ปีที่หมดอายุด้วยทุกครั้ง

ในปัจจุบัน อาหารปลาได้รับการพัฒนาออกมามากมายหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้เลี้ยงและเหมาะกับปลาแต่ละชนิด ดังนั้นจึงควรพิจารณาเลือกซื้ออาหารปลาให้มีความเหมาะสมกับชนิด ขนาด และอายุของปลาเพื่อให้ได้อาหารปลาที่ดีที่สุด ซึ่งอาหารที่มีคุณภาพดีก็จะยิ่งช่วยให้ปลามีการเจริญเติบโตได้ดีตามธรรมชาติ มีความแข็งแรงสมบูรณ์ และมีสีสีนสดใสสวยงามอีกด้วย

ข้อมูลอาหารปลาสวยงาม : https://www.perfectcompanion.com/archives/category/productstructure/animal-type/fish?lang=th

Related Post

บ้านเช่ารามอินทรา

รามอินทรา ย่านนี้มีเสน่ห์ รับรองถูกใจไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองรามอินทรา ย่านนี้มีเสน่ห์ รับรองถูกใจไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง

สำหรับพื้นที่โซนต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ นั้น มีหลายแห่งที่เป็นพื้นที่ศักยภาพ มีความเจริญและมีประชากรหนาแน่น ซึ่งย่าน “รามอินทรา” ก็เป็นย่านหนึ่งที่นับว่าเป็นใจกลางความเจริญตามไลฟ์สไตล์คนเมืองได้เหมือนกัน และยังเป็นย่านที่มีเสน่ห์และสีสันในการใช้ชีวิตไม่น้อยทีเดียว ปัจจุบันมีบ้านเช่ารามอินทราในราคาน่าสนใจเปิดให้เช่าอาศัยอยู่หลายแห่งทีเดียว เรียกว่าพร้อมรองรับผู้คนที่จะมาใช้ชีวิตในย่านนี้แบบสุด ๆ ที่น่าสนใจก็คือ ในโซนรามอินทรานั้นอีกไม่ช้าจะมีบริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูเกิดขึ้น จะเชื่อมโยงเส้นทางไปยังแครายโซนนนทบุรีได้ ไปเชื่อมกับสายสีแดงที่ผ่านถนนกำแพงเพชรได้ และยังมีสายสีเขียวที่เลี้ยวเข้าเส้นพหลโยธินได้ด้วย สำหรับใครที่มีเป้าหมายว่าจะย้ายมาอยู่บ้านเช่ารามอินทราในเร็ว ๆ นี้ลองมาสำรวจดูก่อนดีกว่าว่าย่านรามอินทรามีอะไรน่าสนใจและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณแค่ไหน เข้าเมืองก็ง่าย ออกเมืองก็สบาย จุดเด่นแรก ๆ เลยของย่านรามอินทรา วัชรพล ก็คือ เป็นทำเลที่มีการเชื่อมโยงเขตกรุงเทพฯ ทางเหนือไปจรดกับพื้นที่กรุงเทพฯ

ครีมลดริ้วรอย

เทคนิคในการเลือกครีมลดริ้วรอยให้ดีและเหมาะสมกับสภาพผิวเทคนิคในการเลือกครีมลดริ้วรอยให้ดีและเหมาะสมกับสภาพผิว

เรื่องของปัญหาผิวหน้าปัญหาผิวกายและปัญหาเกี่ยวกับความสวยความงามนั้นเป็นปัญหาที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับสาวสาวและหนุ่มหนุ่มเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้คงไม่มีแต่สาวสาวแต่เพียงอย่างเดียวที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดูแลผิวหน้าและผิวกายให้ดูมีสุขภาพดีแม้แต่หนุ่มหนุ่มก็ให้ความสำคัญในด้านนี้เช่นเดียวกันดังนั้นหากเราจะสามารถบำรุงผิวหน้าให้สวยสดใสอ่อนกว่าไวเหมือนสาว 18 ปีได้แล้วละก็จะทำให้เรามีความโดดเด่นมีความสวยงาม ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้หรอกเลยว่าหน้าตาและความสวยงามนั้น สามารถที่จะเป็นใบเบิกทางไปสู่การประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีหากเราดูแลสุขภาพผิวจากภายในได้เป็นอย่างดีก็จะสวยสดใสมาสู่ภายนอกได้เช่นเดียวกันแต่นอกจากการดูแลในเรื่องของโภชนาการการรับประทานอาหารจากภายในแล้วเรื่องของการเลือกครีมเลือกผลิตภัณฑ์ในการบำรุงผิวหน้าก็เป็นสิ่งจำเป็นเป็นอย่างยิ่งหากเราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วดีเหมาะสมสามารถบำรุงผิวหน้าได้สวยงามแถมไม่มีปัญหาในเรื่องของการแพ้ การระคายเคืองให้กวนใจนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีเป็นอย่างมาก หลายต่อหลายคนนั้น ยินยอมพร้อมใจในการที่จะเสียเงินเป็นจำนวนมากในการที่จะหาผลิตภัณฑ์ เลือก ครีมลดริ้วรอยมาบำรุงผิวหน้าให้ดีและเหมาะสม ด้วยกันทั้งนั้นเรียกได้ว่าเสียเงินไม่ว่าแต่ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นจะต้องสามารถบำรุงผิวหน้าได้จริงแต่ส่วนมากก็จะประสบปัญหาในการที่จะหามาใช้แล้วเสียเงินฟรีๆ สุดท้ายใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นก็ไม่สามารถที่จะทำให้ใบหน้าสวยงามหรือมีความสดใสอ่อนกว่าไวแบบที่ต้องการได้ ดังนั้นใครก็ตามที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปวันนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการในการเลือกครีมลดริ้วรอยที่ดีและเหมาะสมเรียกได้ว่าเลือกมาแล้วเสียเงินแล้วก็จะทำให้ผิวหน้าของเราสวยสดใสแบบที่ต้องการได้วันนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการเช็คให้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวนั้นเหมาะกับผิวหน้าของเราหรือไม่ มีวิธีการมีดังต่อไปนี้คือ 1. เราจะต้องทราบก่อนว่าผิวหน้าของเราเป็นผิวแบบไหนซึ่งในปัจจุบันมีผิวมากมายหลากหลายแบบไม่ว่าจะเป็นผิวธรรมดาผิวแห้งผิวมันหรือผิวผสมผิวแพ้ง่ายหรือผิวสำหรับสาว 30 ปีขึ้นไปก็มีเช่นเดียวกันดังนั้นจะต้องทราบก่อนว่าเราเป็นผิวที่เป็นสภาพแบบไหนจะได้เลือกผลิตภัณฑ์ได้ถูกวิธีการก็คือลองเช็คสภาพผิวตนเองก่อนโดยในปัจจุบันนี้มีสถานที่มากมายที่เราสามารถเช็คสภาพผิวได้ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์เครื่องสำอางหรือบริเวณบูธที่ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการแต่งหน้าก็จะสามารถที่จะทำให้เรา สามารถเช็คสภาพผิวได้ก่อนว่าผิวของเราเป็นผิวแบบใดจะได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวมันผิวแห้งผิวผสมได้ถูกต้องนั่นเอง 2. ก่อนที่จะเลือกใช้ครีมลดริ้วรอยตัวใดจะต้องอ่านรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ตัวนั้นและหาข้อมูลก่อนการที่เรายิ่งหาข้อมูลได้มากเท่าไหร่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตัวนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เคยใช้มาก่อนหรือรีวิวจากคนที่ใช้จริงว่าใช้แล้วดีหรือเหมาะสมมีอาการแพ้หรือไม่และนอกจากดูรีวิวแล้วก็จะต้องอ่านส่วนประกอบต่างๆ ว่าผลิตภัณฑ์ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้างมีส่วนประกอบที่เราแพ้หรือไม่หากเราอ่านส่วนผสมให้ดีและศึกษาถึงส่วนผสมต่างๆว่าดีจริงหรือไม่ค่อยเลือกใช้อีกอย่างที่มาควบคู่กับเรื่องของการอ่านผลิตภัณฑ์ก็ต้องดูสรรพคุณด้วยว่าเป็นสรรพคุณตรงตามที่เราต้องการหรือไม่ 3. มีความปลอดภัยของสินค้าแน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ตัวนั้นแม้จะมีคนแนะนำมากขนาดไหนแต่หากไม่ได้รับการรับรองจากอ.ย. ก็ไม่ควรที่จะเลือกมาใช้เพราะอาจจะมีสารสเตียรอยด์หรือสารปรอทผสมได้นั่นเอง 4. ไม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่อันตรายสามารถสร้างความระคายเคืองกับผิวได้นั่นเองโดยเฉพาะสารกลุ่มต่างๆ แอลกอฮอล์น้ำหอมหรือสีสังเคราะห์อาจจะทำให้ผิวหน้าเกิดอาการแพ้ได้ 5. พยายามเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับปัญหาของผิวหน้าเช่นบางคนมีปัญหาผิวแห้งก็พยายามที่สามารถแก้ปัญหาผิวแห้งได้หรือบางคนมีปัญหาผิวมันและทำให้เกิดสิวก็จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่สามารถแก้ปัญหาสิวและปัญหาผิวมันได้หรือบางคนมีปัญหาผิวแพ้ง่ายก็จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเวชสำอางเป็นต้นก็จะสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนช่วยลดปัญหาสิวลดปัญหารอยลึกจากปัญหาสิวริ้วรอยได้เป็นอย่างดี

โคมไฟ LED เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

โคมไฟ LED เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจโคมไฟ LED เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

การเลือก ‘โคมไฟ LED’  ให้เหมาะสมกับธุรกิจนั้น นอกจากจะช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่าย (ค่าไฟ) ให้กับธุรกิจของคุณแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการสร้างบรรยากาศให้กับสถานที่ ซึ่งหมายรวมถึงการอำนวยความสะดวกในการทำงาน เพราะเนื่องจาก โคมไฟ LED นั้นได้ถูกออกแบบมาหลากหลายประเภท เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เรามาดูกันว่า แต่ละธุรกิจต้องเลือกใช้โคมไฟ LED แบบไหนถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่า โรงงานอุตสาหกรรม / โกดังเก็บสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม หรือ โกดังเก็บสินค้า เป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้โคมไฟในจำนวนที่มากกว่าธุรกิจด้านอื่นๆ เพราะในแต่ละโรงงานนั้นจะต้องประกอบไปด้วยหลายๆ แผนก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของฝ่ายผลิต ฝ่ายสต็อกสินค้า และฝ่ายสำนักงาน